38.4 C
Chiang Mai
วันอังคาร, มกราคม 18, 2022
หน้าแรกสุขภาพสุขภาพดีเป็นสมบัติของเรา ใครเอาไปก็ไม่ได้

สุขภาพดีเป็นสมบัติของเรา ใครเอาไปก็ไม่ได้

คำพูดนี้ไม่ใช่คำพูดของผู้เขียน หากแต่เป็นคำพูดจากบทเรียนการดูแลสุขภาพ ของท่านผู้หนึ่งที่บอกเล่าถึงเรื่องราวการปรับวิถีชีวิตด้วยสีหน้าท่าทางมีความสุข  ที่เอาชนะตนเองในการปรับความคิดและวิถีชีวิต ส่งผลถึงสุขภาพดีที่จับต้องได้ทั้งทางกายและจิตใจ  ทำให้ผู้เขียนรู้สึกชื่นชมยินดี และขอนำเรื่องมาเล่าเผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยที่เรายังไม่ต้องรอให้เกิดโรค ไม่ต้องรอให้ป่วย เราก็สร้างสมบัติของเราได้ทุกเมื่อ นั่นคือสร้างและสะสมสมบัติที่เรียกว่า สุขภาพดี

เชื่อไหมว่า การเริ่มต้นนั้นเริ่มจากการพาครอบครัวไปปฏิบัติธรรม  ไปไหว้พระ  สนทนาธรรม ควบคู่ไปกับการทำงานตามปกติ และเมื่อรู้ตัวอีกที ปวดหลังหาย น้ำหนักลด และมีความสุขอารมณ์ดี

“มีอาการปวดหลังเรื้อรังมาตลอด ไม่ถึงกับอาการหนัก แต่ก็รบกวนการทำงานอยู่เสมอ มารู้ตัวอีกที อาการปวดหลังหายไปตอนไหนไม่ทันสังเกต พอมาย้อนคิดดูเชื่อว่า ส่วนสำคัญน่าจะมาจากเดินจงกรมที่ช่วยให้หายปวดหลัง เพราะการเดินจงกรม มีจังหวะของการวางแขน กำหนดสมดุลของร่างกาย กำหนดจังหวะก้าวตามลมหายใจ ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย กล้ามเนื้อไม่เครียดเกร็ง จิตใจอารมณ์ผ่อนคลาย ดีใจมากที่รับผลพลอยได้คือหายจากอาการปวดหลัง นับเป็นอานิสงฆ์จากการเดินจงกรม”

“อีกเรื่องหนึ่งที่เกิดจากการฝึกปฏิบัติธรรม คือ การปรับเรื่องอาหารการกิน เพราะการปฏิบัติธรรมทำให้เรารู้จักอาหาร มากกว่าข้อมูลทางโภชนาการ เพราะเรา รู้จักที่จะกำหนดปริมาณที่กิน  เวลาที่กิน อากัปกิริยาที่กิน แม้ว่าเราจะมีความรู้เรื่องอาหารเพื่อสุขภาพเป็นอย่างดี แต่เราไม่ได้ใช้หลักเชิงพุทธในการกิน จึงได้นำตัวอย่างปฏิบัติธรรมในวัด  วิธีการกินการบริโภคมาใช้ในชีวิตประจำวันด้วย ผลที่ได้โดยไม่ตั้งใจคือ น้ำหนักลดลง จาก 85 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อคำนวนดัชนีมวลกาย อยู่ในเกณฑ์อ้วน แต่เมื่อปรับการกิน น้ำหนักลดลงเหลือ 65 กิโลกรัม สุขภาพร่างกายก็ดีขึ้นมาก”

“ส่วนสำคัญที่สุด คือการเจริญสติและการสมาธิ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในการได้นำหลักธรรมมานำทางชีวิต เพราะปกติจะอยู่ภาระงาน จนไม่มีเวลา เมื่อรู้จักประเมินตนเอง รู้ทันความคิด รู้ทันความเครียดของตนเอง  อยู่อย่างมีสติเสมอ มีมุมมองต่อผู้อื่นด้วยปัญญา  ผลที่เกิดคือมีความสุข มีอารมณ์ดี ไม่เครียด ซึ่งเมื่อได้นำหลักธรรมมาปฏิบัติแลกเปลี่ยนพูดคุยกันครอบครัวอยู่เสมอ ก็ยิ่งทำให้ครอบครัวมีความสุข”

ด้วยความเชื่อในหลักธรรมะ เชื่อเรื่องการทำความดี มาถึงตอนนี้ก็คิดว่า ได้เดินในเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว เพราะไม่ว่าเราจะมีความรู้หรือมีประสบการณ์มากมายเพียงใด ยังไม่สำคัญเท่ากับการนำหลักธรรมะมากำกับทิศทาง และนำมาฝึกตน  นั่นแหละเราจึงเป็นผู้สร้างสุขภาพดีให้เป็นสมบัติของเรา  ด้วยสุขภาพกายที่แข็งแรงสมดุล จิตใจดี มีอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดที่ดีงาม เป็นสุข

                 ท่านผู้อ่านละคะ ท่านได้สร้างสมบัติของท่านอย่างไรบ้าง

©สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์

- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments