38.4 C
Chiang Mai
วันจันทร์, ตุลาคม 3, 2022
หน้าแรกผู้บริโภครู้เท่าทันสื่อเลือกของขวัญให้ผู้ป่วยอย่างไรดี

เลือกของขวัญให้ผู้ป่วยอย่างไรดี

                  มีของขวัญมากมายให้เลือกซื้อหา แต่การเลือกของขวัญให้ผู้ป่วย เราควรเลือกอย่างไร  แบบไหนดี

             ผู้เขียน เคยซื้อชาชงสำเร็จรูปพร้อมดื่ม นำไปเยี่ยมพ่อของเพื่อน ซึ่งป่วยเป็นโรคเบาหวาน  ท่านก็รับด้วยความยินดี  เราก็มีความสุขที่ได้ให้มาเยี่ยมท่านและได้ให้ของฝากที่ดูเหมือนจะเหมาะสม

             ผ่านไปอีกเป็นเดือน เพื่อนแอบมากระซิบว่า “ชาชงนั้นทำเอาพ่อต้องไปโรงพยาบาล เพราะน้ำตาลขึ้นสูงมาก” เราก็ตกใจ พอคุยกันไปมาก็ถึงบางอ้อว่า เป็นเพราะชาชงนั้นมีรสหวานมาก ฉลากเขียนบรรยายสรรพคุณและวิธีการชง แต่ไม่บอกปริมาณน้ำตาล

                การให้ของขวัญมีหลายรูปแบบ และเป็นวิธีหนึ่งของการแสดงความรัก ความปรารถนาดี หากจะซื้อของขวัญเมื่อตั้งใจจะให้ผู้ป่วยก็ควรไตร่ตรองสักหน่อย

                ยิ่งปัจจุบันด้วยกระแสสุขภาพ ทำให้มีผลิตภัณฑ์มากมายหลายชนิด ที่โฆษณาภาพลักษณ์ให้เป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ หากเราเกาะกระแส เราก็จะได้ของขวัญตามเทรนด์ คนรับก็ดูเหมือนจะชื่นชม ดูมีราคา ดูมีระดับ และง่ายดีไม่ต้องคิดมาก มีจัดกระเช้าให้เรียบร้อย แต่ในความเป็นจริง มีรายละเอียดหลายประการที่เราควรตระหนักถึงการเลือกของขวัญสำหรับผู้ป่วย

             ควรทราบว่า ผู้ป่วยนั้น ป่วยด้วยโรคอะไร เช่น ความดัน เบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคกระเพาะ โรคเก๊าท์ ฯลฯ ซึ่งเป็นกลุ่มโรคเรื้อรังหรือโรคประจำตัว ก็ควรจะเลือกให้ดี หากเป็นของขวัญประเภทอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามิน สมุนไพร เพราะอาจมีข้อจำกัดที่อาจไม่เป็นผลดีต่อผู้ป่วย หากเป็นสินค้าสำเร็จรูปก็ต้องอ่านฉลาก ดูส่วนประกอบ เช่น มีน้ำตาลเท่าใด มีเกลือเท่าใด

ขนม หรือผลไม้ ก็ควรเลือกชนิด และปริมาณที่เหมาะสม แม้ว่าผู้ป่วยบางท่าน เมื่อรับของขวัญมาก็มักจะแบ่งให้ลูกหลาน แต่ก็มีไม่น้อยที่ผู้ป่วยอาจเผลอรับประทานมาก เพราะเป็นของที่ชื่นชอบ เราควรเลือกขนมหรือผลไม้ให้มีความหลากหลาย คละกันไป หรือหากทราบว่า เป็นขนม อาหาร หรือผลไม้ที่หมอแนะนำให้ต้องจำกัดการกิน ก็ควรงดชนิดนั้นๆ

                สินค้าที่มีการโฆษณาชี้นำ เช่นกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทั้งรูปแบบการดื่ม ชง เม็ด แคปซูล กลุ่มนี้แม้ว่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่อาจไม่คุ้ม มักมีราคาแพงและอาจเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง 

               

                 สินค้าบางชนิด ไม่ได้โฆษณาถึงประโยชน์ หรือให้ข้อมูลทางโภชนาการ แต่โฆษณาสร้างค่านิยมว่า …เป็นของขวัญที่มีค่า….แทนความรักของเราได้…มอบแด่คนพิเศษ โอกาสพิเศษ… กลายเป็นสินค้าของขวัญตามกระแส แต่ความจริงหากเทียบคุณค่าโภชนาการและราคาแล้ว ขวดต่อขวด กรัมต่อกรัม เทียบไม่ได้กับไข่ไก่หนึ่งฟอง

กระเช้าดอกไม้ ก็มักจะนิยมให้ผู้ป่วยเป็นของขวัญหรือของเยี่ยม ซึ่งก็สร้างความสดชื่นให้กำลังใจได้เป็นอย่างดี แต่หากเป็นผู้ป่วยหนัก ผู้ป่วยที่เป็นภูมิแพ้อาจต้องระวังสักหน่อย เพราะดอกไม้สวยๆอาจปลูกหรือดูแลให้สวยงามด้วยการใช้สารเคมี

               การซื้อของขวัญให้ผู้ป่วย อาจไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นของขวัญเพื่อสุขภาพกาย บำรุงร่างกาย หรือบำบัดอาการของโรคเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นของขวัญทางตา ทางหู ทางใจ ที่ให้กำลังใจ ให้ความสดชื่น หรือให้เกิดการปรับเปลี่ยนมุมมอง การปรับตัว การปรับพฤติกรรม หรือเป็นที่พึ่งทางใจ

                เช่น ของขวัญที่เป็นต้นไม้ ต้นเล็กๆ ให้ผู้ป่วยทั่วไป ได้รับและสามารถดูแลให้เติบโตได้ด้วยตนเอง ก็จะช่วยเรื่องของสมาธิผู้ป่วยไปด้วย ยามเห็นต้นไม้โตให้ดอกให้ผล ก็จะได้รับพลังชีวิตของต้นไม้

                หนังสือ ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง มีหนังสือมากมายที่ให้ความรู้ ความเพลินเพลิน ความสนุก  อ่านแล้วได้ยิ้ม ได้หัวเราะ  ผู้ป่วยบางท่าน ไม่สามารถอ่านแบบยาวๆได้ ก็ควรเลือกที่เป็นหนังสือที่มีบทเขียนสั้นๆ มีรูปประกอบมากหน่อย หรือเล่มกระทัดรัด ไม่หนักมือ เปิดง่าย  ตัวอักษรโตๆ

                ของขวัญประเภทไอที สินค้าด้านสื่อสมัยใหม่   ก็มีตั้งแต่ระดับราคาไม่มาก จนถึงราคาค่อนข้างแพง มีให้เลือกสรรมากมาย ผู้ป่วยที่นิยมไอที ก็มีไม่น้อย บางท่านมีปัญหาการได้ยิน การมองเห็น ขยับมือไม่สะดวก เดินไม่ได้ เดินไม่ถนัด ของขวัญกลุ่มนี้ก็ช่วยได้

                ส่วนสินค้ากลุ่มเครื่องมือแพทย์ เช่น อยากซื้อรถเข็นนั่งให้แม่ ให้พ่อ ก็สามารถปรึกษาแพทย์ หรือร้านขายอุปกรณ์การแพทย์ ไม่ควรซื้อทางออนไลน์ เราอาจได้รับของที่ไม่เหมาะสมกับสภาพของผู้ป่วย

               

              สำหรับของขวัญที่ไม่ใช่สิ่งของ ก็มีหลายรูปแบบเช่น พาไปวัด พาไปเที่ยว ทำอาหารด้วยกัน เลือกได้ตามความเหมาะสม ความพร้อมของผู้ป่วย ความสะดวกของสถานที่ ปีใหม่คนเยอะ พาพ่อแม่ที่ไม่ค่อยสบายหรือมีโรคประจำตัวไปเที่ยว อาจไม่สะดวก ก็เลือกวิธีอื่น หรือช่วงเวลาอื่น

                ผู้ให้ อยากให้ด้วยความรัก ความเคารพ ความห่วงใย ผู้รับ รับด้วยความชื่นชม มีกำลังใจ ตระหนักถึงคุณค่าที่มีต่อกัน ของขวัญใดใดอาจไม่จำเป็นในโอกาสพิเศษ หากเราได้ดูแลเกื้อกูลพ่อแม่ญาติพี่น้องมวลมิตรเพื่อนฝูง ให้กำลังใจให้การดูแลยามเจ็บป่วย ให้ความปรารถนาดีต่อกันและกันแม้ยามสุขยามทุกข์ 

                ขอให้ผู้ป่วยทุกท่านมีกำลังใจมากมากค่ะ

สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์

[email protected]

หมายเหตุ ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ฉบับวันอังคารที่  20 ธันวาคม 54..คอลัมน์คุ้มครองผู้บริโภค หน้า  7

- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments