38.4 C
Chiang Mai
วันอังคาร, มกราคม 18, 2022
หน้าแรกผู้บริโภคคุ้มครองผู้บริโภคเครื่องปรุงรส มากเกิน เยอะเกิน

เครื่องปรุงรส มากเกิน เยอะเกิน

เมื่อเร็วๆนี้ มีแม่บ้านกลุ่มหนึ่ง ถามมาว่า ถ้าเราไม่ใช่ผงปรุงรส อาหารไม่อร่อย จะให้ทำอย่างไร มีงานปอยกันที ต้องซื้อเครื่องปรุงเหล่านี้มากมาย หม้อหนึ่งใส่ผงปรุงรส นับเป็นกิโล  เรื่องนี้น่าเป็นห่วง รสมือแทบไม่สำคัญเท่าการปรุงด้วยผงสำเร็จรูปอีกแล้ว แถม โรคเรื้อรัง โรคอ้วน อันเกิดจากการกิน หวาน มัน เค็ม โซเดียมสูง ไขมันเยอะ และการกินมาก กินซ้ำ กินบ่อย ก็ยิ่งเพิ่มอันตราย

 

          การใช้ผงชูรส ผงปรุงรส ผลิตภัณฑ์ปรุงรสต่างๆ เป็นเหมือนการประกันเรื่องความอร่อย ดังนั้น อาหารที่เรากินทุกวันนี้จึงอุดมไปด้วยรสชาติของการปรุงรสทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผงปรุงรส ผงชูรส ซอสปรุงรส เครื่องแกงปรุงรสสำเร็จรูป น้ำมันหอย ซอสสารพัด  ด้วยเหตุนี้ รสดั้งเดิมของอาหาร จึงหายไป กลายเป็นรสค่านิยม ว่าถ้าจะอร่อยรสมาตรฐานด้วยการปรุงรสแบบนี้

การปรุงรส นำไปสู่การภาวะโภชนาการเกินทั้ง  ความเค็ม ความหวาน ความมัน สารกันบูด สีสังเคราะห์ และการได้รับสารเคมีต่างๆในกระบวนการผลิต  แน่นอนว่า ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ แม้เราจะทราบ แต่ไม่อาจปฏิเสธความอร่อย และค่านิยมของรสอาหาร ว่าต้องออกมาเป็นแบบนี้ จึงจะขายได้ กินได้

จึงเป็นทางเลือกว่า เราจะยอมตามกระแส ช่างเถอะ กินไปเถอะ หรือจะยอมลดลง ยอมถอยห่างลงบ้าง เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา

      หากจะใช้ควรทำความเข้าใจ ให้ดีก่อน อย่างน้อยทำให้เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ซ้ำซ้อน เราลองเริ่มต้นด้วยการมาดูแต่ละกลุ่ม ว่า เครื่องปรุงรสนั้นมีอะไรบ้าง

          กลุ่มผงชูรส ซึ่งกลุ่มนี้ จะค่อนข้างเป็นกลุ่มดั้งเดิม ที่คุ้นเคย การเลือกซื้อต้องดูที่ฉลากว่ามีชื่อผู้ผลิต แสดงส่วนประกอบ และมีเครื่องหมาย อย. ถ้ามีการแบ่งใส่ถุงขาย ห้ามซื้ออันตราย ส่วนวิธีใช้  กลุ่มผงชูรสนี้ จะค่อนข้างใส่ตามใจคนกิน บางแห่งถึงขนาดมีพริกเกลือใส่ผงชูรส สำหรับจิ้มผลไม้ด้วยซ้ำ

 

ผงชูรส  เป็นกลุ่มโซเดียม  มีคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ว่า Monosodium glutamate หรือเรียกย่อๆว่า MSG ดังนั้น นอกจากเราจะใส่ผงชูรสในอาหารแล้ว ผงปรุงรส เครื่องแกง หรือซอสต่างๆจะมีส่วนประกอบของผงชูรสอยู่ ซึ่งเราจะสังเกตได้จากฉลาก ถ้าเราใส่เครื่องปรุงต่างๆ การได้รับผงชูรสก็จะเพิ่มปริมาณมากขึ้น   กินผงชูรสมาก อาจมีอาการแพ้ผงชูรส “ ไชนีสเรสเตอรองซินโดรม หรือโรคภัตตาคารจีน”

      กลุ่ม เครื่องปรุง ผงปรุงรส กลุ่มนี้เหมือนผงชูรสอัพเกรด เพราะแม้จะมีการโฆษณาว่าทำมาจากวัตถุดิบที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ในความเป็นจริง คุณค่าทางอาหารจากวัตถุดิบเหล่านั้น ที่ผ่านกระบวนการต่างๆ ก็แทบไม่เหลือคุณค่าทางโภชนาการ แถมมีการใส่ผงชูรส หรือการใช้สารเคมีกลุ่มปรุงรสต่างๆ ปัจจุบัน สินค้าเครื่องปรุงรส เหล่านี้ ได้รับความนิยมมาก ผู้บริโภคต้องซื้อ ไม่งั้นไม่อร่อย ร้านค้าอาหารขายทั้งหลาย ก็เช่นกัน การติดผงปรุงรส จึงส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งทางตรงและทางอ้อม กินมาก ผลเสียมาก

กลุ่มซอส กลุ่มน้ำมันหอย ซอสปรุงรสต่างๆ กลุ่มน้ำจิ้ม กลุ่มนี้มีส่วนประกอบสำคัญคือ เกลือ น้ำปลา ผงชูรส สารเคมีอื่น เช่น การกันบูด การแต่งสี แต่งกลิ่น

กลุ่ม เครื่องแกง เป็นกลุ่มที่กำลังมาแรงอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ต้องคิดสูตรอะไร ทำตามคำแนะนำจากซองอย่างเดียว เดี๋ยวนี้มีเครื่องแกง เครื่องผัด เครื่องยำสารพัด เป็นครัวยุคใหม่ เพียงฉีกซอง เปิดขวด ก็พร้อมจะทำอาหาร ไม่จำเป็นต้องโขลกเครื่องแกง  ทำให้สังคมของการกินเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะกลุ่มสินค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว การโหมโฆษณา ว่าอร่อย ง่าย สบาย จึงโดนใจผู้บริโภค แต่สิ่งที่เราเลือกนี้ จะย้อนกลับมาสู่การได้รับสารเคมีปรุงแต่งๆต่าง รวมทั้งเกลือ ผงชูรส และสารกันบูด

 

ทางออกควรเป็นเช่นไร   

เรื่องแรก ต้องปรับความรู้ในการดูแลสุขภาพ ว่า อาหารเป็นปัจจัยที่ทั้งสร้างและเสี่ยงสุขภาพ  เราจะเลือกอย่างไร

เรื่องที่สอง ค่านิยมในรสอาหาร  เป็นค่านิยมที่เน้นการใช้เครื่องปรุง ดังนั้น เราควรหาทางเลือกมาสู่ธรรมชาติบ้าง ว่ารสของอาหารนั้น รสผักดั้งเดิม เป็นรสตามธาตุ เป็นรสของสมุนไพร เป็นรสที่ช่วยให้ร่างกายสมดุล การได้รับเครื่องปรุงมากๆ เป็นรสร้อนเพียงอย่างเดียว

เรื่องที่สาม ลดการใช้ อย่าใช้ซ้ำซ้อน จะทำให้เราได้รับกลุ่มปรุงรสในปริมาณมาก

เรื่องที่สี่ คำนึงถึงสภาวะของวัย เช่น เด็ก คนชรา สภาวะของการมีโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน 

เรื่องที่ห้า ร่างกายของเรา เราต้องดูแลให้ร่างกายได้พักบ้าง การกระตุ้นร่างกายด้วยอาหารที่ปรุงรสมากๆ ทำให้ร่างกายทำงานหนัก เช่น ไต ทำงานหนัก

แม้ไม่เลือกได้ทั้งหมด แต่ถ้าเราไม่เริ่มต้น ลด เลี่ยง งด  อาหารของเราจะกลับมาทำร้ายเราเอง

สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์

[email protected],www.smileconsumer.com

 

หมายเหตุ ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ฉบับวันอังคารที่  ….29 ตุลา 56…คอลัมน์คุ้มครองผู้บริโภค หน้า  7

บทความก่อนหน้านี้ดอกเก๊กฮวย บานสะพรั่ง
บทความถัดไปเคพกูสเบอรี่ (cape gooseberry)
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments